Pich S. McLynch's Blog

Sharing Knowledge about Economics, Financial Market, Logistics, etc.

6 Factors Which Affect The Pricing of A Warrant

งานชิ้นนี้ผมอ้างอิงจาก “ปัจจัยที่ส่งผลต่อ SET50 Index Options” ของ คุณ กวี นำพาเจริญ, CFA, FRM ซึ่งเผยแพร่ทาง web: Settrade.com ครับ

สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่รู้จัก Warrant นะครับ  Warrant คือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น  โดยจะซื้อได้ตามราคาที่ระบุไว้ครับ เราสามารถเลือกใช้สิทธิ์(Exercise) หรือไม่ใช้สิทธิ์ก็ได้  ซึ่งราคาของ Warrant นั้นจะขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่างซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดถึงครับ  โดยถ้าราคาของหุ้นอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ์ เราถึงจะเลือกใช้สิทธิ์ครับ เพราะเราสามารถซื้อหุ้นได้ตามราคาที่ระบุไว้ หรืออีกวิธีหนึ่ง เราสามารถขาย Warrant ตัวนั้นในตลาดได้เลย  ในทางตรงกันข้ามถ้าราคาหุ้นต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ์ เราจะเลือกไม่ใช้สิทธิ์ เพราะเราสามารถซื้อหุ้นตัวนั้นในตลาดที่ราคาต่ำกว่าครับ

ที่นี้มาดูกันครับว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อมูลค่าของ Warrant

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของ Warrant ที่สำคัญมีด้วยกัน 6 ปัจจัย ได้แก่ ราคาสินค้าอ้างอิง ราคาใช้สิทธิ อายุคงเหลือของสัญญา ความผันผวนของสินค้าอ้างอิง อัตราดอกเบี้ย และเงินปันผล

ราคาหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying Prices)

Warrant จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามราคาหลักทรัพย์อ้างอิงที่สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากราคาหลักทรัพย์อ้างอิงลดลง มูลค่าของ Warrant ก็จะลดลงด้วย

ราคาใช้สิทธิ (Exercise Price)

Warrant จะมีมูลค่าลดต่ำลงเมื่อราคาใช้สิทธิสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนที่เข้ามาซื้อ Warrant จะมองว่าตลาดกำลังจะอยู่ในภาวะขาขึ้น หากนักลงทุนซื้อ Warrant ที่ราคาใช้สิทธิที่สูงขึ้น โอกาสที่ราคาของสินค้าอ้างอิงจะปรับตัวสูงกว่าราคาใช้สิทธินั้นย่อมมีน้อยลง ดังนั้นเพื่อชดเชยโอกาสทำกำไรในอนาคตที่น้อยลง มูลค่าของ Warrant จึงลดน้อยลงตามราคาใช้สิทธิที่สูงขึ้นนั่นเอง

อายุคงเหลือของสัญญา (Time to Expiration)

มูลค่าของ Warrant จะแปรผันตามระยะเวลาก่อนครบกำหนดสัญญาหรืออายุของ Warrant กล่าวคือ หากอายุสัญญายิ่งนานขึ้น มูลค่าของ Warrant ปกติจะยิ่งสูงขึ้นเพราะ Time Value สูงขึ้น ตรงกันข้าม หากว่าอายุสัญญาลดลง มูลค่าของ Warrant ก็จะยิ่งลดลงเช่นเดียวกัน เนื่องจากการที่สัญญามีระยะเวลาที่ยาวนั้น จะมีความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทำให้ Warrant มีสถานะเป็น In-The-Money มากขึ้นและได้กำไรเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ

ความผันผวนของราคาสินค้าอ้างอิง (Volatility)

ความผันผวน คือ ความไม่แน่นอนในทิศทางการเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์ไม่ว่าขึ้นหรือลง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ค่า Standard Deviation ในการวัดความผันผวนแบบพื้นฐาน สำหรับ Warrant จะแปรผันตามความผันผวนของระดับราคาสินค้าอ้างอิง ยิ่งความผันผวนของระดับราคาสินค้าอ้างอิงยิ่งมีมากขึ้น ยิ่งทำให้โอกาสที่ราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มสูงหรือลดลงเป็นอย่างมาก ยิ่งทำให้โอกาสที่ Warrant มีสถานะเป็น In-The-Money หรือโอกาสที่จะมีกำไรมากขึ้นจากการใช้สิทธิตามสัญญานั้นๆ

อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)

มูลค่าของ Warrant จะมากขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น โดยอาจอธิบายโดยเปรียบเทียบกับหุ้น ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น การที่เราซื้อหุ้น จะต้องเสียเงินเต็มจำนวนและมากกว่า Warrant เพราะการซื้อ Warrant จ่ายแค่เพียงค่าสิทธิ์ในการซื้อหุ้นนั้น  จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากนักลงทุนสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนและรับดอกเบี้ย ดังนั้นราคาของ Warrant ย่อมเพิ่มมากขึ้น เสมือนเป็นการชดเชยผลประโยชน์ทางด้านอัตราดอกเบี้ยนั่นเอง

เงินปันผล (Dividend)

Warrant จะมีทิศทางตรงกันข้ามกับเงินปันผล เนื่องจากหากมองในรูปของหุ้น การที่หุ้นดังกล่าวจ่ายปันผลมากขึ้น ย่อม/ดึงดูดให้คนหันไปถือหุ้นนั้นๆ ดังนั้นแล้วราคาคอลจะต้องถูกลงเพื่อชดเชยเงินปันผลที่ไม่ได้รับ เนื่องจากการถือ Warrant จะไม่ได้รับเงินปันผล แม้ว่าสินค้าอ้างอิงจะเป็นหุ้นดังกล่าวนั้นก็ตาม

ซึ่งสรุปผลกระทบดูได้จากภาพด้านล่างนี้ครับ


2 Comments»

  นว wrote @

ขยันเจงๆ

Like

  lucifer wrote @

เยี่ยมมาก
การบ้านรอดไปอีกข้อนึง

Like


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: