Pich S. McLynch's Blog

Sharing Knowledge about Economics, Financial Market, Logistics, etc.

SRI, CG and CSR

มาต่อกันครับสำหรับการบ้านข้อที่ 3 และ 4 กันเลยครับ

เริ่มกันที่ข้อ 3. SRI คืออะไร

SRI (Socially Responsible Investing) หรือ การลงทุนเพื่อสังคม เป็นการลงทุนที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเลือกลงทุนบนพื้นฐานของศีลธรรม  ซึ่งจะมีการวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกๆด้าน   ดังนั้นจะไม่มีการลงทุนในบริษัทที่ส่งผลเสียต่อสังคม อย่าง  ผู้ผลิตเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน และอาวุธสงคราม เป็นต้น แต่จะเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อสังคม  คำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ของสินค้า มีนโยบายและสวัสดิการพนักงานที่ดี  อย่างมาตรการส่งเสริมความหลากหลายทางเชื้อชาติ (diversity) ของพนักงาน   มีมาตรการส่งเสริมชุมชน ส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม  และสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับข้อ 4. CG(Corporate Governance) และ CSR(Corporate Social Responsibility) คืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร อย่างไหนความหมายกว้างกว่ากัน จงอธิบาย

เอ่อ…ขอเกริ่นไว้ก่อนว่าข้อนี้อาจจะลอกมาค่อนข้างเยอะ เพราะเราเองยังไม่ค่อย Get กะ Idea ของเรื่องนี้เท่าไร แต่ก็พยายามสรุปความไวในส่วนท้ายของ Post นี้ครับ

(Corporate Governance – CG)

หมายถึง การกำกับดูแลกิจการให้เจริญรุดหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเงื่อนไขของความถูกต้องโปร่งใส การมีจริยธรรมที่ดี โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียในกิจการเป็นหลัก

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศเผยแพร่ข้อพึงปฏิบัติจากหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 หมวด ได้แก่

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในความเป็นเจ้าของโดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ทำหน้าที่แทนตนและมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท บริษัทจึงควรส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย

หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

ผู้มีส่วนได้เสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ

หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท คณะกรรมการมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ

ความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ(Corporate Social Responsibility – CSR)

หมายถึง การดูแลรักษาที่ไม่ใช่เฉพาะในส่วนที่เป็นกิจการ แต่ยังแผ่ขยายกว้างออกไปครอบคลุมในส่วนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดที่อยู่โดยรอบกิจการ ด้วยเงื่อนไขของความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะพลเมืองบรรษัท (Corporate Citizen) การมีคุณธรรม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกกิจการอย่างเท่าเทียมกัน

บรรษัทบริบาล จึงเป็นกลไกการดำเนินงานในกิจการที่เชื่อมโยงสู่กระบวนการภายนอก ที่จัดให้มีขึ้นภายใต้จุดมุ่งหมายที่ต้องการสร้างประโยชน์แก่กิจการและส่วนรวมบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนกัน การสงเคราะห์ช่วยเหลือส่วนรวมตามกำลังและความสามารถของกิจการ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของกิจการในระยะยาว

ความเหมือนและแตกต่าง

จากหลักการกำกับดูแลกิจการการกำกับดูแลกิจการ(Corporate Governance) ทั้ง 5 หมวด มีเพียงหมวดที่ 3 ที่กล่าวถึงผู้มีส่วนได้เสียนอกกิจการ ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องหลักกับความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ (Corporate social responsibility)

ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วจุดมุ่งหมายของกิจการคือเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ แต่การดำเนินกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น  ต้องเป็นไปโดยยึดประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง และต้องดูแลผู้มีส่วนได้เสียภายนอกกิจการด้วย

ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมโดยมีเป้าหมายที่ผู้ถือหุ้น ผู้บริหารหรือคณะกรรมการ เป็นตัวตั้ง จึงไม่อาจเรียกว่าเป็น CSR ได้  ในขณะที่การดำเนินกิจกรรมโดยมีเป้าหมายที่ครอบครัวของพนักงาน ชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ (รวมถึงสิ่งแวดล้อม) ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน และประชาชนทั่วไป เป็นตัวตั้ง (ซึ่งนับเป็นผู้มีส่วนได้เสียนอกกิจการ) กิจกรรมที่ดำเนินด้วยความรับผิดชอบต่อกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ จึงจัดว่าเป็น CSR

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีเพียงบางส่วนของ CG เท่านั้น ที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของ CSR  CG จึงเป็นเรื่องที่แคบกว่า CSR แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามทั้งสองอย่างก็มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก  กล่าวได้ว่ากิจการที่มี CG ก็มีแนวโน้มที่จะมี CSR ด้วยครับ

อ้างอิงจาก “บรรษัทบริบาล (CSR) ต่างกับ บรรษัทภิบาล (CG) อย่างไร” ของคุณ พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์ และคำกล่าวของคุณ วรภัทร โตธนะเกษม

No comments yet»

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: