Pich S. McLynch's Blog

Sharing Knowledge about Economics, Financial Market, Logistics, etc.

Seminar: 3G Valuation

สัมมนาการประเมินคลื่นความถี่คมนาคมกรณี 3G ของไทย (วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา)

สำหรับงานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ดังนี้ครับ

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

รศ.ดร.บวร ปภัสราทร

ผศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ

คุณ อรุณ จิรชวาลา

คุณ ไพบูลย์ นลินทรางกูร

ดำเนินรายการโดย รศ.ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

ประเด็นที่พูดถึงมีดังนี้

  1. Model ในการประเมินมูลค่า
  2. ผลการวิจัย
  3. ข้อเสนอแนะของผู้วิจัย
  4. คำวิจารณ์และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

1.  Model ในการประเมินมูลค่า

–          Business based

บริษัทที่ได้ License ไปแล้ว ได้ประโยชน์อะไร ซึ่งจะสามารถแบ่งออกเป็นอีกสองแนวทาง

แนวทางแรกจะมองถึงกำไรที่ได้รับตลอดระยะเวลาที่ได้สัมปทาน

มีตัวแปรหลักๆอยู่ 3 อย่าง

ตัวแปรฝั่งรายได้ : เทคโนโลยีของ Network, บริการที่ได้จากสัมปทาน 3G นำไปทำอะไรได้บ้าง, คลื่นที่อนุญาต, ความครอบคลุม, ค่าธรรมเนียม และ สภาพตลาดว่าอิ่มตัวแล้วหรือยังคงมี Capacity เหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน

ตัวแปรฝั่งต้นทุน : ค่าใช้จ่ายเงินลงทุน, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ตัวแปรปรับลดมูลค่าตามความเสี่ยง : ความแข็งแกร่งของคู่แข่งและจำนวนของคู่แข่ง, คลื่น 1900MHz สำหรับ 3G, ผลกระทบของ 4G mobile and WiFi, WiMAX, LTE และอื่นๆ, การโทรศัพท์ผ่าน VoIP ในระบบ 4G หรือ 3G และ ค่าบริการด้าน voice ในระบบ 2G ที่ราคาถูกกว่า

แนวทางที่สองมองถึงกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต และนำมาหาโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงในภาพรวมโดยใช้แบบจำลองทางเทคนิค Monte-Carlo Simulation

ตัวแปรที่ใช้ในการประเมินราคา : ปริมาณความต้องการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G, รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน, ต้นทุนในการดำเนินการ, เงินลงทุน, WACC และส่วนแบ่งตลอดอายุโครงการ

ตัวแปรที่ใช้ในแบบจำลอง Monte-Carlo Simulation : จำนวนผู้ใช้บริการ, ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายเงินลงทุน

–          Benchmarking

เป็นการรวบรวมข้อมูลราคาประมูลที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในอดีตของต่างประเทศ นำมาเปรียบเทียบ ใช้เพื่ออ้างอิง  และ นำมาปรับให้เหมาะสมสำหรับการใช้ในประเทศไทย

เกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง

  • ช่วงระยะเวลาที่บริการ 3G เป็นที่แพร่หลาย
  • ประเทศที่มีการอิ่มตัวในตลาด 2G ค่อนข้างสูง
  • ประเทศที่ GDP ต่อคนต่ำกว่า $ 10,000
  • การประมูล 3G จากประเทศที่มี GDP ต่อคนต่ำกว่า $ 10,000

ซึ่งประเทศที่เลือกมาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบคือ สิงคโปร์ และไต้หวัน

–          Economatric

เป็นการนำปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อมูลค่าคลื่นความถี่ มาหาความสัมพันธ์ และหาโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่เป็นลักษณะของประเทศไทยใส่ลงไป เพื่อที่จะหามูลค่าของสัมปทาน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อคลื่นความถี่

  • ข้อกำหนดต่างๆ ของคลื่นความถี่ที่ประมูล ได้แก่  คลื่นความถี่ที่ประมูล, จำนวนสัมปทาน, อายุสัมปทาน,  เป็นต้น
  • กระบวนการประมูล  ได้แก่  รูปแบบการประมูล, เงินวางมัดจำ,ระดับการแข่งขัน เป็นต้น
  • ข้อกำหนดต่างๆ หลังการประมูลได้  ได้แก่ ค่าสัมปทาน, ข้อบังคับต่างๆ  เป็นต้น
  • สภาพเศรษฐกิจและสภาพตลาด ได้แก่  GDP ต่อประชากร, ความหนาแน่นของประชากร, จำนวนผู้ให้บริการ  เป็นต้น

2.  ผลการวิจัย

รูปแบบการประเมิน หน่วยงาน ราคาใบอนุญาต
Business Based Chalmers $ 250 M
ENST $ 439 M
Benchmarking Inter Connect $ 390 M
ENST $ 465 M
Econometric Chalmers R + $ 115 M
Inter Connect $ 234 M
NERA $ 287 M

R = ราคาตั้งต้น

รูปแบบการประเมิน พิจารณา รายละเอียด
Business Based จุดแข็ง เป็นการดูสภาพตลาดว่ามีผลต่อบริษัทประมูลอย่างไร
จุดอ่อน สมมติฐานที่ใช้มีผลอย่างมากต่อมูลค่าที่ได้
Benchmarking จุดแข็ง นำเอาข้อมูลที่มีการประมูลจริงในอดีตมาใช้
จุดอ่อน ตัวอ้างอิงที่มีความใกล้เคียงหาได้ยาก
Econometric จุดแข็ง คำนึงถึงปัจจัยต่างๆที่มีความสำคัญต่อมูลค่า
จุดอ่อน เป็นการสมมติว่ามีสมการเดียวที่เป็นคำตอบ

วิธีการที่ยังไม่ได้มีการศึกษา

วิธี Resource Based Value(RBV)  คือ การมองด้านภายในตัวคลื่นความถี่เอง  ว่ามีความยากง่ายในการประดิษฐ์ ความยากง่ายในการนำไปใช้  รวมถึงความยากง่ายในการทดแทนเทคโนโลยีนี้ ว่าเป็นอย่างไร นอกเหนือจากการมองในแง่ธุรกิจอย่างเดียว

วิธี Real Option คือ การดูว่าปัจจัยใดที่จะกระทบกับมูลค่ามากที่สุด และพิจารณาในส่วนของค่าความผันผวนให้มีความเหมาะสม

3.  ข้อเสนอแนะของผู้วิจัย

ควรใช้วิธี Business Based  เพราะคำนึงถึงสภาพตลาดที่เป็นอยู่จริง แล้วจึงนำตัวเลขที่ได้มาเทียบเช็คกับวิธี Benchmarking และ Econometric

4.  คำวิจารณ์และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร  ได้แสดงความเห็นไว้ว่า การใช้ business based อาจจะไม่เหมาะสมนักในมุมมองของนักวิเคราะห์ เพราะ มีสมมติฐานที่ค่อนข้างเยอะ และสมมติฐานส่วนใหญ่ไม่ใช่สมมติฐานระดับ macro ระดับประเทศ แต่กลับจะมาทำ Generalize โดยรวมเอาบริษัทในธุรกิจทั้งหมดมาประเมินรวมกันนั้น  อาจจะทำให้มูลค่าที่ได้คลาดเคลื่อนไปจากความจริงค่อนข้างมาก  เพราะในแต่ละบริษัทนั้นมีต้นทุนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่าง Cost of Debt และ Cost of Equity ของบริษัท True กับ Advance คงจะเทียบกันไม่ได้ เพราะ True ยังคงประสบปัญหาทางด้านการเงิน ทำให้ Cost of Debt ของ True สูงกว่า Advance มาก  ทำให้ค่า WACC ของแต่ละบริษัทต่างกันอย่างมาก  ซึ่งการที่ WACC ต่างกันเพียง 1% มูลค่าที่ได้เรียกได้ว่าคนละเรื่องเลยทีเดียว

ดังนั้นการประเมินมูลค่าด้วยวิธี Business Based ควรจะเป็นหน้าที่ของ บริษัทที่เข้ามาประมูล เป็นคนประเมินเองมากกว่า

โดยคุณไพบูลย์ สนับสนุนวิธี Benchmarking และ Econometric เพราะเป็นการดูระดับ Macro มากกว่า แต่ก็ต้องมาดูรายละเอียดให้เหมาะสมกับประเทศไทย เพราะประเทศที่เลือกมานั้นยังไม่ค่อยเหมาะสมนัก เมื่อเทียบกับเกณฑ์ในการคัดเลือก และเสนอปัจจัยที่ควรจะคำนึงถึง อย่างเรื่องของ

จำนวน License ที่จะให้  ไม่ควรมีเยอะสำหรับผู้ให้บริการ Network แต่ควรจะมีผู้ให้บริการด้าน Operation เยอะๆเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า, Revenue Sharing ที่เหมาะสม ระยะเวลาที่ให้ การต่ออายุสัญญา และสุดท้ายในเรื่อง Affordability ของผู้เข้าร่วมการประมูลด้วย  เนื่องจากศักยภาพในแต่ละบริษัทต่างกัน  ราคาที่สูงเกินอาจเป็นปัญหาต่อบางบริษัท

ในส่วนของการประเมินมูลค่าคลื่น 3G มีประมาณนี้ครับ ซึ่งจริงๆแล้วเนื้อหาในสัมมนาครั้งนี้ยังมีในส่วนของการแสดงความเห็นต่อการประมูลคลื่นความถี่ 3G อีกหลายด้านที่แต่ละท่านได้เสนอไว้อย่างน่าสนใจ  สำหรับท่านใดสนใจอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม  สามารถติดต่อได้ที่คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ครับ

No comments yet»

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: