Pich S. McLynch's Blog

Sharing Knowledge about Economics, Financial Market, Logistics, etc.

MA Managerial Accounting in Brief

งานชิ้นนี้เป็นการสรุปบทต่างๆที่ผมเคยทำเอาไว้ของวิชาบัญชีบริหาร ซึ่งอาจจะไม่ได้ละเอียดเท่าไรนัก พยายามเน้นแต่จุดที่ผมสนใจ ซึ่งอาจจะอ่านไม่เข้าใจ เพราะเขียนตามที่ผมเข้าใจเอง และที่สำคัญไม่ได้เขียนครอบคลุมทุกบทนะ จึงขอกล่าวขอโทษไว้ล่วงหน้าก่อนตรงนี้ครับ

Ethics

4 Standards

Competence

การรักษาความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกำหนด ระเบียบ และมาตรฐานของสมาคม  ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง โปร่งใส ชัดเจน และรวดเร็ว  รู้และเข้าใจถึงขอบเขต หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

Confidentiality

เก็บรักษาข้อมูลภายใน ยกเว้นแต่ว่าจะต้องเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด  แจ้งให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบถึงการใช้ข้อมูลภายในอย่างถูกต้อง  แล้วดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติให้ถูกต้องด้วย  และจะต้องไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในทางที่ผิดจรรยาบรรณ หรือเผื่อความได้เปรียบที่ผิดกฎหมาย

Integrity

หลีกเลี่ยง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเตือนให้ถูกคนทราบถึงความเป็นได้ที่จะเกิดความขัดแย้ง  ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่มีความเสี่ยงที่จะผิดต่อหน้าที่  หรือทำให้ขาดความไม่น่าเชื่อถือ

Credibility

ให้ข้อมูลอย่างถูกต้องและเป็นกลาง  เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีนัยสำคัญอย่างมีเหตุผล ที่ผู้ใช้จะสามารถทำความเข้าใจ รายงาน บทเคราะห์ หรือข้อเสนอนั้นๆได้  เปิดเผยเหตุผลที่ล่าช้าหรือความไม่มีประสิทธิภาพของข้อมูล กำหนดเวลา กระบวนการ และการควบคุมภายใน ตามข้อปฏิบัติของบริษัทหรือตามที่กฎหมายกำหนด

Evolution and Adaptation in Managerial Accounting

E-Business

Service Vs. Manufacturing firms

Emergence of new industries

Global competition

Focus on the customer

Cross-Functional teams

Product life cycle and diversity

Time-based competition

Information and communication technology

Just-in-Time inventory management

Total quality management

Continuous improvement

Theory of constraints

Uses of Accounting Information

Decision making + Planning + Directing + Controlling

จำแนกต้นทุน

ต้นทุนผลิตภัณฑ์ ต้นทุนประจำงวด ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต ต้นทุนผันแปร ต้นทุนคงที่ ต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม ต้นทุนส่วนแตกต่าง

ต้นทุนจม -> ต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการตัดสินใจในปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่นำมารวมในการตัดสินใจ

รวมถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย

ABC

พิจารณากิจกรรมใดที่เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

พิจารณา Cost driver ของกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่า

พิจารณาว่าเราจะสร้างความได้เปรียบอย่างไรบ้างจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคา การควบคุมต้นทุน การปรับเปลี่ยนกิจกรรมในการผลิต

ABM

ปรับปรุงกิจกรรมต่างๆให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร  โดยเอาข้อมูลที่ได้จาก ABC มาใช้ในการวิเคราะห์กิจกรรมว่ากิจกรรมใด มี Value added กิจกรรมใด เป็น Non-value added cost

หากกิจกรรมนั้น เป็น Non-value added ก็ให้พยายามลดเวลาหรือทรัพยากรที่ใช้ในกิจกรรมนั้น  ตัดกิจกรรมนั้นทิ้งถ้าไม่มีความจำเป็น เลือกกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดจากทางเลือกที่มี สร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากกิจกรรมที่มีอยู่

Process & Period costing

Process costing: ผลิต lot ละมากๆ สินค้าเหมือนๆกัน และมีต้นทุนต่ำ

ถึงแม้ว่าจะยังผลิตไม่เสร็จก็สามารถห้ต้นทุนได้ โดยใช้วิธี Equivalent Unit

Cost per Equivalent unit = (DM + DL + OH)/EU

Period costing: ผลิตตามคำสั่ง ผลิตครั้งละไม่มาก สินค้าแตกต่างกัน มีต้นทุนต่อหน่วยสูง

จะคิดต้นทุนต่อหน่วยได้ก็ต่อเมื่อผลิตเสร็จแล้วเท่านั้น

Customer-Profitability analysis

วิเคราะห์รายได้และต้นทุนของลูกค้าแต่ละราย ทำให้บริษัททราบว่าควรจะจัดสรรทรัพยากรให้กับลูกค้ารายใด  สำหรับการคำนวณต้นทุนสำหรับลูกค้ามีการจัดลำดับขึ้นตอนตาม Cost-allocation bases เรียกว่า Customer cost hierarchy

เริ่มจากการวิเคราะห์ต้นทุนในการขายสินค้าแต่ละหน่วย

วิเคราะห์ต้นทุนสำหรับกลุ่มสินค้า ลูกค้าอาจสั่งซื้อสินค้าหลายหน่วยพร้อมกัน

ต้นทุนในการบริการลูกค้า

ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเฉพาะช่องทาง

ใช้ในการตัดสินใจว่าจะผลิตสินค้าตัวใด ปริมาณเท่าใด  เพิ่มหรือลดสายผลิตภัณฑ์ใด หรือลูกค้ารายใดที่ควรรักษาไว้  เราจะพิจารณา Cost and benefit ของแต่ละทางเลือก  อย่างเช่น การจัดสินใจยกเลิกธุรกิจกับลูกค้ารายใดรายหนึ่งหรือไม่  หรืออาจจะเพิ่มลูกค้ารายใหม่เข้าไปแทน

โดยเราจะต้องพิจารณาตัวลูกค้าด้วยว่า เขามีแนวโน้มจะทำธุรกิจร่วมกับบริษัทในระยะยาว  เขามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต หรือสร้างยอดขายและกำไรให้แก่บริษัทได้หรือไม่   มีส่วนสำคัญในการสร้างความต้องการของอุตสาหกรรม  สามารถให้แนวคิดในการปรับปรุงและพัฒนาสินค้า หรือกระบวนการไปพร้อมๆกันกับบริษัท

CVP

Unit Contribution margin per unit

= (P – V)/Units

Break-even point in units

= FC/unit contribution margin

Number of sales units required to earn target net profit

= (FC + Target net Profit)/unit contribution margin

Contribution margin ratio

= Unit contribution margin/sales price

Number of units of sales required to earn target after-tax income

= (FC + (Target after-tax net income)/(1-t))/unit contribution margin

Full absorption cost Vs. Variable cost

VC ใช้ในบัญชีบริหาร การตัดสินใจในการดำเนินงาน à โรงงานผ้า — การเอา FC มาพิจารณาด้วยจะไม่เหมาะกับการจัดสินใจ

AC profit จะมากกว่า เพราะ AC จะมี Ending Inventory สูงกว่ากรณี VC โดยต้นทุนของ Inventory ที่สูงกว่า เป็นเพราะ AC จะรวม Variable fixed cost เข้าไปด้วย และ VC จะถูกหัก FC ออกทั้งก้อน

ประโยชน์ VC  สามารถใช้ CVP ได้ (VC –> CM) แต่ถ้าเป็น AC –> จะเป็น GPM

สรุปง่ายๆอีกครั้ง – ถ้าเราอยากให้มี Operating income เหลือมากๆ ให้เราเลือกใช้วิธี AC โดยผลิตสินค้ามากๆในงวดนั้น แต่ขายให้น้อยๆ -> เหลือ Inventory เยอะๆๆ

เพราะ AC ต้นทุนสินค้าเราจะสูงมาก เพราะเรารวมเอา FC เข้าไปด้วย การที่เราเหลือ Inventory เยอะๆ ต้นทุนขายเราจะต่ำ จะทำให้ Operating income สูงนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายทั้งสองวิธีก็ให้ผลที่เท่ากัน หากใช้สินค้าที่ผลิตในงวดนั้นจนหมด

Through-put costing เหมาะกับการผลิตที่เป็น Automated system

DM –> product cost

ที่เหลือจะถูกจัด เป็น Period  cost ทั้งหมด

Profit planning and Activity-Based-Budgeting

ABC: Resource -> Activities -> Cost obj.

ABB: Forecast -> Activities -> Resources

Budgeting Product Life-cycle costs p.9-46

Beat the budgeting -> Incentive ที่จะให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง – ต้องตั้งฝ่ายขึ้นมาต่อรอง

Participate Budgeting: Bottom-up Approach

Standard costing

ข้อดี: เทียบความแตกต่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่ตั้งไว้ได้  รู้จุดมุ่งหมาย ประเมินการดำเนินงาน ทำให้ราคาของสินค้าคงที่

ข้อเสีย: ข้อมูลล่าช้า เน้นแต่เรื่องการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว ไม่มองถึงคุณภาพ เหมาะกับการผลิตที่ค่อนข้างนิ่ง

SC: comparing bet. Standard and actual performance

Material Variance

Price Variance

AQ: ปริมาณที่ซื้อจริง

Quantity Variance

AQ: ปริมาณที่ใช้จริง

F, U: ยังบอกไม่ได้ อาจจะเป็นผลกระทบจากภายนอกก็ได้

Labor Variance

Labor rate variance

Labor efficiency variance

สูตรไม่ได้เขียนไว้นะ เปิดดูในหนังสือได้เรย

การที่เกิด F ซ้ำๆ(Standard อาจจะต่ำเกินไป) หรือ U ซ้ำๆ (เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือภายใน) โดยต้องดูว่า cost ในการหาสาเหตุคุ้มค้าหรือไม่ ถ้าคุ้มถึงจะทำ

Flexible budgeting

การใช้ Single Budgeting หรือ Master Budgeting  ในกรณีที่ยอดขายเปลี่ยนแปลง -> ไม่สามารถบอกได้ว่า ค่าดังกล่าวเป็น Favorable หรือเป็น Unfavorable

ซึ่งเราแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้ Flexible Budgeting นั่นเอง ซึ่งเป็นงบประมาณที่เราทำเอาไว้ในกรณีที่ยอดขายเปลี่ยนแปลงไปสู่ระดับต่างกัน

ทำให้เราสามารถหาVariance หรือเปรียบเทียบเพื่อวัดผลการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมได้

Investment Centers

วัตถุประสงค์ที่สำคัญของระบบ MA ในแต่ละองค์กร คือเพื่อทำให้เกิด Goal congruence ระหว่างพนักงาน  ดังนั้นเราจะต้องกำหนดตัววัดประสิทธิภาพในแต่ละ RC ให้เหมาะสม เพื่อที่จะทำให้เกิด Goal congruence (Management byObjective โดยที่ จะต้องเป็น Objective ร่วมกันและเป็นประโยชน์ต่อทั้งองค์กร)

ซึ่งในการวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Investment center เราจะใช้ตัววัด 3 อย่าง ได้แก่ ROI, EVA  และ RI โดยที่ เราสามารถ เพิ่ม ROI ด้วยการ เพิ่ม Sales margin หรือการเพิ่ม Asset turnover นั่นเอง

เมื่อสินค้าหรือบริการถูกโอนระหว่าง แผนกในองค์กรเดียวกัน ผลการดำเนินงานของแต่ละแผนก จะถูกกำหนดโดยราคาโอน (Transfer price) ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ Outlay cost incurred ในการโอน + ค่าเสียโอกาสขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการโอน แต่วิธีการดังกล่าวค่อนข้างยุ่งยากในการใช้งาน จึงมีหลายๆบริษัทเลือกใช้วิธีการอื่นๆอย่าง กำหนดราคาโอนตามราคาตลาด กำหนดด้วยวิธีราคาต้นทุน หรือโดยวิธีการต่อรองราคาแทน  ในบางกรณีผู้บริหารระดับสูงจะต้องเขามาดูแล โดยการแบ่งผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางลบกับองค์กร

ตัววัด Performance ของ Investment center

ROI = Income/Invested capital

Compare bet. ROA(or ROI) and  WACC

Invested Capital(IC) = TA – CL

Improve ROI  –> Lower IC and Expense, and Increase Income

Lower IC  have more effect than increase Income at the same percentage rate.

EVA = NOPAT – WACC*Invested Capital

RI = Income – (RRR)* Invested Capital

Investment charge = (RRR)* Invested Capital

Residual Income(RI) –> เหมือน EVA แต่ต่างกันที่ Investment charge

Investment charge คือ Opportunity ของการลงทุน

ปัญหาในการเลือกลงทุนในโครงการ

ROI ค่าที่ได้เป็น %

EVA และ RI ค่าที่ได้จะเป็นตัวเลข

การใช้ EVA และ RI จะเกิด Goal Congruence ซึ่งในบางกรณี ROI อาจจะไม่เกิด (ดูตัวอย่างในเอกสารคับ)

อย่างไรก็ตามบริษัทส่วนใหญ่ยังคงใช้ ROI อยู่ แต่มองถึงปัจจัยอื่นๆมาใช้ในการพิจารณาด้วยเพื่อแก้ไขในเรื่องดังกล่าว

Problems

Beginning, ending or average of Investment –> No result

Historical Vs. Current cost –> Use Current

Transfer Pricing

Transfer price = Additional outlay cost per unit + Opportunity cost

พิจารณา 2 กรณี

กรณีมีกำลังการผลิตเหลือ

ไม่มี Opt cost

กรณีไม่มีกำลังการผลิตเหลือ

เกิด Opt cost

ประเด็นที่ห้ามลืม Opt cost ต้อง Set at market price, Unitized fixed cost ไม่นำมาพิจารณา, คำนึงถึง Goal congruence ด้วย คือทั้งสองแผนกต้อง Better off จะเกิด Worse off ไม่ได้

โจทย์ในหนังสือ โรงงานมีกำลังการผลิตเหลือ แต่ไม่เพียงพอในการผลิต ซึ่งจะต้องยกเลิกการผลิตบางส่วน เพื่อให้สามารถผลิตตาม Order นั้นๆได้

ในกรณี Transfer price เป็นช่วงของราคาหนึ่งๆ แล้วทั้งสองแผนกตกลงกันไม่ได้

  1. กำหนดนโยบายให้ Set ราคาที่เป็น Discount จากราคาตลาด เพราะการโอนระหว่างกัน สามารถลดค่า Commission และค่าขนส่งได้
  2. ต่อรองกันระหว่างฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย จนกว่าจะยอมรับกันทั้งสองฝ่าย
  3. Reward manager ให้มีการซื้อขายระหว่างกัน

การใช้หลัก “ราคาทุน” ในการโอน

VC การคิดด้วยวิธีนี้ ราคาที่ตั้งอาจจะไม่ Cover fixed cost

AC เราต้องคิดราคาโอนที่เราสามารถผลิตที่ Full capacity เพื่อให้ลูกค้าสามารถแข่งขันในตลาดได้ (ตามหลักบัญชีบริหาร)

Decision making: Relevant costs and benefits

I. The Decision-Making Process

A. Steps in the decision process

B. Quantitative versus qualitative information

C. Factors to consider: relevance, accuracy, and timeliness

II. Relevant Information

มีหลักในการพิจารณาคือ ต้องมีผลต่ออนาคต และมีความแตกต่างกันในแต่ละทางเลือก

A. General features

B. Sunk costs ไม่นำมาพิจารณาเลย

C. Differential costs

D. Opportunity costs           Excess/Non Excess capacity

ถ้าโจทย์ให้รายการต้นทุนมา ควรจะพิจารณาแยกทีละรายการ  โดยให้เหตุผลด้วยว่าเหตุใดถึงพิจารณาหรือไม่พิจารณา

จากนั้นนำต้นทุนที่ต้องพิจารณามาคำนวณหาต้นทุนรวมเท่านั้น จากนั้นเปรียบกันในแต่ละกรณี

III.  Special Decision Situations

A. Special orders Accept or Reject

B. Outsourcing a product or service

ในกรณี Outsourcing เราจะพิจารณา”ต้นทุนที่สามารถลดได้”   ถ้าสามารถลดได้มากกว่าต้นทุนเดิมที่เราผลิตเอง และคุ้มค่ากับราคาที่เขาเสนอ เราจึงจะตกลง

C. Add or drop a service, product, or department

พิจารณาเรื่องของ Qualitative ด้วย เพราะการ Cancel ลูกค้าเดิมอาจย้ายไปใช้บริการคู่แข่งได้  รายได้ในอนาคตอาจลดลง

D. Joint products: sell or process further

Joint cost จะไม่นำมาพิจารณาแล้ว เราจะพิจารณาเฉพาะ Incremental cost (ซึ่งเราจะผลิตต่อก็ต่อเมื่อ Revenue > Cost)

E. Allocation of limited resources <– Theory of Constraints

เราต้องดูถึงความสามารถในการผลิตด้วย  โดยเราจะปรับเวลาในการผลิตให้เท่ากันก่อน จึงจะนำมาพิจารณาเลือกว่าจะผลิตสินค้าชนิดใดก่อน แล้วกำลังการผลิตที่เหลือถึงจะนำมาผลิตสินค้าอีกชนิด

F. Uncertainty

IV.  Activity-Based Costing and Decision Making

V.  Other Issues in Decision Making

A. Conflict between decision making and performance evaluation

B. Short-run versus long-run decisions

C. Pitfalls to avoid

Several helpful hints in decision making:

Ignore sunk costs.

Beware of unitized fixed costs.

Beware of allocated fixed costs; identify the avoidable costs.

Pay special attention to identifying and including opportunity costs in the analysis of alternatives.

ผมสรุปไว้เท่านี้นะครับ ในเรื่องที่สำคัญอย่าง Balanced Scorecard ไม่ได้เขียนลงไป เพราะเห็นว่าเพื่อนๆสามารถหาอ่านได้ทั่วไปทาง Internet มีงานหลายชิ้นที่อธิบายไว้ดีแล้ว และเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ไม่ได้สรุปไว้ให้ เพราะ BSC มีการใช้กันอย่างหลากหลายมาก จึงต้องใช้เวลามากพอสมควรในการทำความเข้าใจและสรุปมาให้อ่านครับ

เน้นเรื่อง Concept นะ เราว่าคำนวณไม่น่าจะออก Trick อะไรมากมาย รุ่นพี่ๆเขาบอกออกบรรยายส่วนใหญ่ ถ้าออกคำนวณจริงๆคงเป็นเรื่อง Transfer Pricing ตามที่อาจารย์บอก  ไม่ยากๆ อย่ากลัว ต้องคิดว่าทำได้ไว้ก่อน Positive Thinking แล้วทุกอย่างจะดีเอง

สุดท้ายขอขอบคุณอาจารย์อังครัตน์ ครับ ที่ให้ความรู้แก่พวกเรามากมาย (หวังว่าเราจะได้ใช้กันไวๆนี้ เหอๆ) แล้วก็ขออวยพรให้เพื่อนๆทำข้อสอบกันได้เยอะๆนะ หลังสอบก็เจอกานอีกทีอาทิตย์หน้าเลย ถ้าสถานการณ์ยังดีอยู่นะ ^^

2 Comments»

  tongtonktonk wrote @

สั้นๆ ได้ใจความดี

Like

  dreamangel wrote @

thks ka flex20 sec1

Like


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: