Pich S. McLynch's Blog

Sharing Knowledge about Economics, Financial Market, Logistics, etc.

One Ultra Income นวัตกรรมใหม่ทางการเงิน

วันนี้จะขอพูดถึงกองทุน One Ultra Income Fund (ONE-ULTRA) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากเพราะสิ่งที่ผู้ถือหน่วยจะได้รับนอกเหนือไปจากผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ยังจะได้สิทธิประโยชน์ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย!!!

Art-ONE-ULTRA-IPO-17-18-Aug-15-First-Page-Banner-1024x595

เรามาเข้าเรื่องรายละเอียดกองทุนกันเลยครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ONE-ULTRA ลงทุนในอะไร?

กองทุน ONE Ultra Income Fund ถือเป็นกองทุนผสม ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในตราสารที่หลากหลายมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ เงินฝาก นอกจากนี้ยังเปิดให้สามารถลงทุนใน ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ หรือตราสารหนี้ไม่ได้มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้จะลงทุนในตราสารต่างประเทศไม่เกิน 50% ของ NAV สรุปคือเปิดให้สามารถลงได้เกือบทุกสินทรัพย์ทางการเงินเลยทีเดียว

คิดว่ากองทุนนี้จะได้ผลตอบแทนประมาณเท่าไร?

จากบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการกองทุน เขาเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่สามารถสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอเป็นหลัก เช่น พันธบัตร หุ้นกู้เอกชน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ระดับ 5-8% ต่อปี

มั่นใจไหมว่าจะสามารถทำผลตอบแทนได้ 5-8%?

อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่เพื่อความมั่นใจในการแนะนำกับนักลงทุน ผมเลยไปหาข้อมูลอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของ Morningstar (ข้อมูลวันที่ 31/7/2015) ซึ่งผมพบว่ากองทุนที่มีนโยบายแบบผสมและถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Conservative Allocation มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ในช่วง 2.21% – 5.84% และมีความผันผวนเท่ากับ 0.68% – 4.83%

Avg Return

จากข้อมูลข้างต้น ผมคิดว่าอัตราผลตอบแทน 5-8% น่าจะเป็นไปได้ แต่ขอแนะนำว่าเงินที่จะลงทุนในกองทุนนี้ควรลงทุนอย่างน้อยๆ 3 ปีขึ้นไปครับ

ลงทุนแล้วได้ประกันสุขภาพ คุ้มครองอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร?

จุดเด่นของกองทุนนี้คือผู้ถือหน่วยจะได้สิทธิประโยชน์ทางด้านประกันสุขภาพครับ แต่มีเงื่อนไขว่าสิทธิ์นี้จะได้เฉพาะผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วง 15-75 ปีเท่านั้น และต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยสิทธิ์ที่ได้รับนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยที่ผู้ลงทุนถืออยู่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 แผน
แผน 1 ลงทุนตั้งแต่ 4,500 หน่วยขึ้นไป
แผน 2 ลงทุนตั้งแต่ 45,000 หน่วยขึ้นไป
แผน 3 ลงทุนตั้งแต่ 145,000 หน่วยขึ้นไป
แผน 4 ลงทุนตั้งแต่ 450,000 ล้านหน่วยขึ้นไป

ทั้งนี้เฉพาะในช่วง IPO จะพิจารณาจากจำนวนเงินลงทุน ที่ 50,000 500,000 1,500,000 และ 5,000,000 บาทขึ้นไป ตามลำดับ

Health Plan

สำหรับท่านที่อยากได้ ค่าประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก หรือ OPD จะมีในแผน 2 ขึ้นไปครับ โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 750 1,000 และ 2,000 บาท/ครั้ง

คุ้มเหรอ เอาเงินไปซื้อประกันสุขภาพเองดีกว่าไหม?

ถ้าเทียบกันคงเทียบไม่ได้เพราะเขาให้มาโดยที่เราไม่ต้องซื้อเอง บลจ.วรรณเป็นคนจ่ายค่าเบี้ยประกัน ไม่ได้คิดเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุน แต่ถ้าอยากได้สวัสดิการเยอะๆคงต้องไปซื้อเพิ่มเอง หรือไม่ก็เอาผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้ไปซื้อ จะได้ไม่เสียดายเงินในกระเป๋า

แต่ถ้าประเมินถึงควมคุ้มค่าในมุมมองของผมเอง ผมมองดังนี้ครับ

  1. สำหรับผู้ที่สนใจซื้อกองทุนนี้ผมอยากจะให้มองที่การลงทุนเป็นหลัก ส่วนประกันสุขภาพเป็นสิ่งรอง เสมือนกับเป็นของแถม เน้นครับ “ของแถม” เท่านั้น ถ้ามีโอกาสได้ใช้ก็ดี แต่ถ้าไม่ต้องใช้เลยจะดียิ่งกว่า หรือคุณอยากใช้ให้คุ้ม!?
  2. สมมติกรณีผมซื้อแผน 2 โดยลงทุนที่ 500,000 บาท ในกรณีที่ผมใช้สิทธิ OPD จนคุ้มตามเงื่อนไข 10 ครั้ง หมายความว่าผมได้รับสวัสดิการ 7,500 บาท (1.5% ของเงินลงทุน) และถ้านอนรพ.อีกสูงสุด 31 วัน เบิกไป 55,800 บาท (คิดเป็น 11% ของเงินลงทุน) ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แบบนี้คุ้มหรือยังครับ แต่ต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้ว่า หากมีการเคลมมากๆ ปีถัดไปบริษัทอาจไม่รับการต่อสวัสดิการได้เช่นกัน อันนี้เข้าใจตรงกันนะ?
  3. หากมองเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน กองนี้ถือเป็นกองทุนที่มีโอกาสชนะเงินเฟ้อได้ โดยที่ความเสี่ยงไม่สูงเกินไป อัตราผลตอบแทนคาดหวังอยู่ที่ 5-8% ถือว่าน่าสนใจทีเดียว แต่เราก็ต้องมาตามดูกันว่า บลจ.วรรณสามารถบริหารได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่

สมมติอยากลงทุนมีกำหนดขั้นต่ำเท่าไร และมีค่าใช้อะไรบ้างไหม?

กอง ONE-ULTRA มีกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกไว้ที่ 50,000 บาท ครั้งต่อไป 5,000 บาท
ค่าธรรมเนียมการขาย (ขาเข้า) 1.50% ทั้งนี้ในช่วง IPO (20 – 28 สิงหาคมนี้)
คิดค่าธรรมเนียมขาเข้า 1.0%
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน คิด 2% แต่หากลงทุนเกิน 1 ปี ไม่คิดค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1%
และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก 0.35%

สามารถซื้อกองทุนนี้ได้ที่ไหน?

โดยทั่วไปกองทุนเราสามารถติดต่อซื้อกองทุนผ่าน บลจ. ผ่านสาขาธนาคาร หรือช่องทางตัวแทนขาย แต่กองทุน ONE-ULTRA จะขายผ่านเฉพาะช่องทางตัวแทนขายที่ได้รับแต่งตั้งเท่านั้น ดังนั้นอาจจะซื้อยากนิดนึง แต่ด้วยจุดเด่นของกองทุนนี้ ผมเชื่อว่าคนน่าจะสนใจกองทุนนี้ไม่น้อย ดังนั้นโอกาสเต็มมีสูงมาก เพราะอย่างน้อยรายหนึ่งน่าจะลงทุน 500,000 บาท เพื่อเอาแผน 2 เพื่อรับสวัสดิการผู้ป่วยนอก (OPD)

———-

เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนตัวถือว่าเป็นอีกกองทุนที่ผมเองอยากถือไว้อย่างน้อยๆแผน 1 ก็คิดว่าคุ้มค่ามากๆแล้ว เอาเป็นว่าผมของจบสรุปข้อมูลเบื้องต้นสำหรับกองทุนนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจกองทุนนี้ก็พิมพ์มาคุยกันได้ครับ

No comments yet»

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: